:: นาลันทาบทเรียนพุทธ
  :: นาลันทาสมัยพุทธกาล
  :: นาลันทาหลังพุทธกาล
  :: นาลันทาเสื่อมโทรม
  :: นาลันทาล่มสลาย
  :: นาลันทายุคฟื้นฟู
  :: นาลันทาใหม่

ข้อมูลเรื่องนาลันทา
จากแหล่งอื่น

  :: วิกิพิเดีย นาลันทา
  :: วิกิพิเดีย วัดไทยนาลันทา
  :: เภสัชจุฬาฯ นาลันทา
  :: wanramtang
  :: watthasai
  :: นักรบในเปลวเพลิง
  :: จุดจบนาลันทา
  :: เมืองพระอัครสาวก
  :: พระพทุธองค์ดำนาลันทา
  :: ท่องแดนพุทธภูมิ
  :: thaitripdd
  :: จากตกะศิลาถึงนาลันทา
  :: สพท.กทม.2
  :: มหาจุฬาลงกรณ์ฯ
  :: การล่มสลายของนาลันทา
  :: อินเดียฟื้นฟูนาลันทา
  :: พลังจิต
  :: learners.in.th
  :: ดร.เอ๋ย
  :: มหาวิทยาลัยนาลันทา
  :: ชลบุรี FC
     
  สถาบันนาลันทาใหม่

อินเดียตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่ได้มีบทบาท
อันยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์อารยธรรมของชมพูทวีป รวมทั้งบทบาทของ
มหาวิทยาลัยนาลันทานี้ด้วย ใน พ.ศ. 2494 ก็ได้มีการจัดตั้งสถาบันบาลี
นาลันทา ชื่อว่า “นวนาลันทามหาวิหาร” (นาลันทามหาวิหารแห่งใหม่)
ขึ้นเพื่อแสดงความรำลึกคุณและยกย่องเกียรติแห่งพระพุทธศาสนา พร้อมทั้ง
เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นาลันทามหาวิหาร มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ในสมัยอดีต

สถาบันนาลันทาที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากความเลื่อมใสของหลวงพ่อเจ กัสสปะ
สังฆนายกรูปแรกของสงฆ์อินเดีย ท่านเป็นชาวเมืองรานชี (Ranchi)
เมืองหลวงของรัฐจักกัน ท่านเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย เมื่อเป็นหนุ่ม
ได้ศึกษาพุทธประวัติ เกิดศรัทธาอย่างมาก จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ
ที่ประเทศศรีลังกาและได้ออกปาฐกแสดงเรื่องความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัย
นาลันทาในอดีต แก่ผู้นำรัฐบาลในกรุงนิวเดลี และในที่สุดก็ประสบ
ความสำเร็จ โดยเปิดสอนในปี พ.ศ. 2494 และท่านได้เป็นครูสอนและ
ผู้บริหารของสถาบัน ครั้งแรกเปิดสอนทีวัดจีนนาลันทา ต่อมาได้ย้าย
มาอยู่ตรงกันข้ามกับนาลันเก่า

ต่อมาชาวมุสลิมที่อยู่ที่หมู่บ้านนาลันทา ต้องการจะไถ่บาปที่บรรพบุรุษ
ของตนได้ทำไว้แก่ชาวพุทธ จึงมอบที่ดินจำนวน 12 ไร่เพื่อสร้างเป็น
สถาบันบาลีนาลันทาแห่งใหม
สถาบันนาลันทาใหม่ ครั้งแรกมีเพียง
ตึก 2 หลัง ใช้เป็นสถานที่ทำงานของครูอาจารย์และห้องสมุด อีกหลังหนึ่ง
เป็นที่พำนักของนักศึกษานานาชาติ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2500 สถาบัน
นวนาลันทาที่เปิดสอนด้านภาษาบาลีและพระพุทธศาสนาตั้งแต่ระดับ
ปริญญาตรี-ปริญญาเอก และได้รับการรับรองและสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง
นิวเดลลี มีพระสงฆ์จากประเทศต่างๆ ไปศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น
ไทย พม่า กัมพูชา อินเดีย บังคลาเทศ



       
 






วัดไทยนาลันทา (อังกฤษ: Wat Thai Nalanda)
ตั้งอยู่ที่นาลันทา บ้านเกิดและที่นิพพานของพระอัครสาวกเบื้องขวา คือ
พระสารีบุตร และต่อมาได้กลายเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา
ที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังไปทั่วโลก และได้มีวัดไทยซึ่งมีประวัติการก่อสร้าง
ที่แปลกประหลาดที่สุดในอินเดีย เพราะที่ดินและอาคารเสนาสนะ
ภายในวัด ได้รับการบริจาคจากชาวอินเดีย


พระสงฆ์อินเดียบริจาคที่ดินและอาคารให้เป็นวัดไทย

หมู่บ้านนาลันทา ในสมัยพุทธกาลบางครั้งเรียกว่า นาลกคาม เป็นบ้านเกิดและ
ที่นิพพานของพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวา ต่อมาได้กลายเป็น
มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา ที่ยิ่งใหญ่ เป็นศูนย์กลางการศึกษาของทวีปเอเชีย
มีพระนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นรูป ต่อมาได้ถูกทำลาย


หลวงพ่อ ชคดิช กัสสปะ (Jagdish Kashyap) พระสงฆ์ชาวอินเดีย
ได้ศึกษาถึงประวัตศาสตร์ที่ยิงใหญ่ของนาลันทา จึงมีความคิดริเริ่ม
ที่จะสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาให้กลับมาอีกครั้ง และท่านได้พากเพียร
พยามจนในที่สุดก็ได้สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาขึ้นมาอีก เมื่อ
พ.ศ. 2494 และท่านได้เป็นอธิการบดีคนแรก ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็น
สังฆนายก ของประเทศอินเดีย และท่านได้ซื้อที่ดินติดกันกับมหาวิทยาลัย
เพื่อสร้างเป็นที่พัก และสำนักวิปัสสนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี
จากรัฐบาลอินเดียและพุทธบริษัทชาวไทย ต่อมาท่านได้มีความดำริว่า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน จึงมีศรัทธายกที่ดินจำนวน 3 ไร่และอาคาร 6 หลัง อันเป็น
สมบัติส่วนตัวของท่านให้เป็นสมบัติของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2514
แต่ต้องผ่านขบวนการทางกฎหมาย ศาล และ คณะสงฆ์ไทย และต่อมา
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 ขั้นตอนทางกฎหมายได้เสร็จเรียบแล้ว
และได้กลายเป็น วัดไทยนาลันทา


หลวงพ่อชคดิส กัสสปะ ได้มรณะภาพที่วัดญี่ปุ่น บนยอดเขาวิปุลละ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2516 และได้ทำการฌาปนกิจศพที่
วัดไทยนาลันทา เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2516


วัดไทยนาลันทา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนาลันทา ตำบลนาลันทา
อำเภอนาลันทา รัฐพิหาร เริ่มแรกนั้น มีเนื้อที่จำนวน 3 ไร่ ต่อมา
ได้มีผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเพิ่มเติมหลายครั้ง จำนวน 6 ไร่
ดังนั้น ในปัจจุบันวัดไทยนาลันทามีเนื้อที่จำนวน 9 ไร่ ห่างจาก
พุทธคยาประมาณ 90 กิโลเมตร ปัตนะ 90 กิโลเมตร


รายนามเจ้าอาวาส

1. พระราชรัตนโมลี ป.ธ. 6 Ph.D. อุปนายกสภามหาวิทยาลัย
    และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    เมื่อครั้งเป็น พระมหานคร เขมปาลี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
    ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2515-2518

2. ภิกขุวิเวกนันทะ Ph.D. ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2518

3. พระมหาวันดี วงศ์สาเคน Ph.D. ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่
    พ.ศ. 2519-2523

4. พระมหาทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D. วัดมหาธาตุ
    ยุวราชรังสฤษฎิ์ ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2523-2531
    (ปัจจุบันย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา)
    ปัจจุบันคือพระเทพโพธิ์วิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตสาย
    ประเทศอินเดีย

5. พระมหาธารทอง กิตฺติคุโณ ป.ธ.6 Ph.D. วัดมหรรณพาราม
    กรุงเทพฯ ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2531-2550 (มรณภาพ
    ที่วัดไทยนาลันทา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550)

6. พระครูปริยัติธรรมวิเทศ (พระมหาพัน สุภาจาโร) ป.ธ.4 Ph.D.
    ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน


 
 

สถานการณ์ใต้ เมื่อนาวาไทยหลงทิศ โดย ภูวดล แดนไทย
http://www.surasiha.com
dnavathai@gmail.com